[แปลเพลง] 志在千里―恋姫唤作百花王―

posted on 12 Aug 2017 21:39 by punpunjpmaniac in Translate directory Entertainment, Asian, Knowledge

志在千里恋姫唤作百花王

https://www.youtube.com/watch?v=0uhRto8X_rI

赤く燃ゆる 茜雲 しずしず流る 

ท่ามกลางท้องฟ้ายามสนทยา และเหล่าเมฆาที่ถูกย้อมเป็นสีแดงราวกับกำลังลุกไหม้นั้น

背中に落ちる 薄影と果てぬ夢

ที่สะท้อนอยู่นั้น มีเพียงแค่เงาจางๆ และฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง

 風を泳ぐ 雁が音は

เสียงของเหล่าห่านป่า ที่ล่องลอยมานั้น

 想い染み入り

มันดังกังวาลเข้ามาในใจ

一人願いを込めて

ส่วนฉันนั้นก็ได้เพียงแค่สวดอ้อนวอนอยู่ตามลำพัง

天つ空に問い掛ける

และส่งคำขอเหล่านั้น ให้ท้องฟ้ารับรู้ เพียงเท่านั้นเอง

 

儚き 「ひとよ」の交叉

ทำไมหนอ? ทำไมช่วงเวลาที่เราสองอยู่ด้วยกันนั้นช่างแสนสั้นและเป็นอนิจจัง

心 露濡れ 詠う

ตัวฉันในตอนนี้ทำได้เพียงแค่นำความทรงจำอันแสนสุขนี้มาขับร้องเป็นบทกลอนเท่านั้น

二人へだつ ちひろの雲居

คนสองคน ที่อยู่ห่างไกลกันคนละฟากฟ้า

雁のように ただ飛んでゆきたい 

อันตัวฉันนั้นมิได้หวังอะไร เพียงแค่อยากจะข้ามฟ้าไปพบเธอ เฉกเช่นเดียวกับเหล่าวิหคเท่านั้นเอง

恋しい想い 胸に溢るる

ความรู้สึกถวิลหานี้ มันเปี่ยมล้นอยู่ข้างในอก

この身の中(なか)から 萌え出ずる

มันช่างยิ่งใหญ่ ราวกับดอกไม้ที่กำลังผลิออกมา

恋しい想い あなたに捧ぐ

ความรู้สึกถวิลหานี้ ฉันขออุทิศมันเพื่อเธอ

天に向かって 花咲くように

ความในใจของฉัน จงเบ่งบานและล่องลอยไปจนสุดขอบฟ้า ให้เธอได้รับรู้

 

淡く薫る 八重桜 はらはら落つる 

ดอกซากุระที่ค่อยๆร่วงหล่นนั้น

一人憐れみ浮きて

ช่างราวกับว่ากำลังเวทนาฉันผู้เดียวดาย

天つ雫受け止める

พร้อมกับแบกรับหยดน้ำตาที่ร่วงหล่น

 

哀しい「とこよ」の音色 

ทำไมหนอ ? ทำไมช่วงเวลาที่เศร้าหมองนั้นช่างยาวนานราวกับเป็นนิรันดร์

心 震わえ 詠う

ตัวฉันก็ยังคงได้เพียงแต่ขับร้องความทรมานนี้ออกมาเป็นบทกลอนเท่านั้น

彼方向かい 舞う花のなか

หันไปมองท้องฟ้าที่แสนไกล ท่ามกลางเหล่าดอกไม้ที่เริงระบำ

風に乗せ ただ奏でつづける

ตัวฉันนั้นก็ได้เพียงแต่ขับร้องบทเพลงนี้ต่อไปเท่านั้น

 

あなたを想い 笑顔溢るる 

แต่เรื่องราวของเธอนั้น มันทำให้ฉันเต็มไปด้วยรอยเย็ม

この身の全てに 咲き誇る

ทำให้ฉันสามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง

あなたを想い 東雲見ゆる

ตอนนี้ฉันคิดถึงเรื่องของเธอ เฝ้ามองพระอาทิตย์ยามเช้าที่กำลังจะมาถึง

明けの光を 言祝ぐように

เพื่อที่จะเฉลิมฉลองการเริ่มต้นของวันใหม่นี้

見果てぬ夢を思い描いて――――

ฉันจะเริ่มทำตามฝันนั้นอีกครั้ง ฝันที่มองไม่เห็นปลายทาง ฝันที่เคยคิดว่าไม่อาจเป็นจริง

 

       เพลง Ending ประจำซีรียส์ 恋姫無双 เป็นเพลงที่ต้องการถ่ายทอดถึงช่วงเวลาของเราและคนสำคัญ ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่หล่อเลี้ยงให้มีความสุข แต่ในยามที่แยกจากก็ทำให้เป็นความถวิลหาอันน่าเศร้า ความฝันของตนก็ช่างราวกับว่าไร้ความหมาย แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ตัวฉันก็จะยังคงก้าวเดินต่อไป เพราะทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องราวของเธอ มันก็ทำให้ฉันมีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไปให้ดีที่สุด รอวันที่จะได้พบเธออีกครั้ง

      เพลงนี้มีการใช้คำศัพท์เปรียบเทียบระหว่าง ฤดูใบไม้ร่วง-ท้องฟ้ายามสนทยา-ช่วงเวลาอันแสนเศร้า และ ฤดูใบไม้ผลิ-ท้องฟ้าใกล้รุ่ง-ช่วงเวลาแห่งการลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ โดยมีตัวอย่างการเล่นคำดังต่อไปนี้

茜雲(あかねぐも) - 東雲(しののめ)

雁が音(かりがね;เสียงร้องของห่านป่าเป็นสัญญาณของฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว) - 八重桜(やえざくら;ซากุระบานช้าประเภทหนึ่ง เป็นสัญญาณของฤดูใบไม้ผลิ

แปลแบบดาษๆก็คือ ตอนฤดูใบไม้ร่วง ฉันได้แต่จ้องมองท้องฟ้ายามสนทนาและรำพึงรำพันเรื่องที่เราแยกจากกัน แต่ในเช้าวันใหม่ของช่วงฤดูใบไม้ผลินั้น ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่จมอยู่กับความเศร้า และเอาช่วงเวลาดีๆของสองเรามาเป็นแรงผลักดันนั่นเอง

      เนื่องจากเป็นเพลงที่ใช้ในทุก Route ทุกภาค ผู้แปลจึงอยากจะตีความไปในทางกว้างๆ ว่าเป็นเพลงที่ต้องการจะสื่อว่าเหล่า恋姫ทุกคนนั้นเป็นวีรสตรีที่แข็งแกร่งและช่วงเวลาที่ได้อยู่กับคนที่พวกเธอรักนั้นก็เป็นสิ่งที่มีค่า แม้ว่าบางครั้งสถานการณ์หรืออุปสรรคต่างๆนาๆจะบังคับให้ต้องแยกจาก หรือพบกับความยากลำบาก แต่ความทรงจำที่งดงามเหล่านั้นก็จะยังคงเป็นตัวหล่อเลี้ยงให้พวกเธอสามารถเดินทางเพื่อที่จะทำฝันให้สำเร็จและทำให้ทุกคนได้อยู่กันอย่างสงบสุข (เพราะว่า恋姫ของแต่ละRoute(ก๊ก)นั้น ต่างก็ผ่านพ้นอุปสรรคและสงครามมาได้ ส่วนหนี่งก็เพราะว่ามี一刀(かずと)ช่วยเหลือนั่นเอง)

(ต่อจากนี้มีสปอยล์ Ending ของ Route หนึ่งในภาค 真・恋姫無双นะครับถ้าไม่อยากรู้อย่าถมดำตรงชื่อตัวละคร)

      จริงๆมีอีกVersion หนึ่งของการตีความเพลงนี่ผมเองคิดว่าน่าสนใจมาก ซึ่งคนญี่ปุ่นเป็นคนแปลเอง โดยท่านนี้ได้เฉพาะเจาะจงไปว่าไม่ใช่เพลงของ 恋姫 ทุกคนแต่เป็นเพลงที่ 華琳(โจโฉ) <--(ถมดำตรงนี้) แต่งให้ตัวเอกของเกมที่ต้องพลัดพรากจากกันตามเนื้อเรื่อง โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นการตีความที่ไร้ที่ติและสมเหตุสมผลมากแบบนึงเลยทีเดียว อันที่จริงแล้ว ชื่อเพลง 志在千里นั้นเป็นภาษาจีน อ่านว่า Zhi4 Zai4 Qian1 Li3 (จวื้อ ไจว้ เชียน หลี่) เป็นครึ่งหนึ่งของสำนวนจีน 老骥伏枥 志在千里 (Lao3 Ji4 Fu2 Li4,  Zhi4 Zai4 Qian1 Li3)ซึ่ง โจโฉ <--(ถมดำตรงนี้)เป็นผู้ประพันธ์ไว้จริงๆ แปลว่า แม้ว่าจะเป็นม้าเฒ่าที่ต้องอยู่ในคอก แต่หากมีจิตใจที่เข้มแข็งแล้วก็จะสามารถวิ่งไปได้แม้นจะเป็นระยะทางถึงพันลี้ หมายถึงผู้ที่มีจิตใจที่เข้มแข็ง ไม่ย่อท้อทำอะไรก็จะสำเร็จ ไม่เกี่ยวกับว่าจะเป็นใคร เก่งหรือไม่เก่งอย่างไรนั่นเอง ก็เหมือนกับเนื้อเพลงในตอนท้าย ที่นำเอาความทรงจำดีๆที่เคยมีกับคนที่รักมาเป็นแรงผลักดันให้ใช้ชีวิตต่อไปแทนที่จะจมปลักอยู่กับความเศร้าที่ต้องแยกจากและยอมแพ้ต่ออุปสรรคต่างๆนั่นเอง

http://www.tinami.com/view/101375(อ่านการตีความฉบับเต็มภาษาญี่ปุ่นได้ที่นี่)

      สาเหตุจริงๆที่ผมคิดว่าน่าจะแปลแบบกว้างๆมากกว่าแปลแบบย่อหน้าข้างบนเพราะว่ามาจากชื่อเพลงอีกส่วนหนึ่ง 恋姫唤作百花王 ถ้าอ่านเป็นภาษาญี่ปุ่นอาจจะอ่านไม่รู้เรื่อง แต่จริงๆนี่เป็นโครงสร้างประโยคภาษาจีน 恋姫 Lian4 Ji1ก็คือคำทับศัพท์ของ こいひめ ส่วน唤作 นั้นเป็นคำกริยาภาษาจีน อ่านว่า Huan4 Zuo4 (ห้วน จั้ว) แปลว่า เปรียบได้กับ และสุดท้าย 百花王 Bai3 Hua1 Wang2 ;ひゃっかおう、ไป่ฮัวหวางมีความหมายเดียวกันทั้งสองภาษาก็คือเป็นอีกชื่อหนึ่งของดอกโบตั๋น ซึ่งถูกนำมาอุปมาในคำประพันธ์ของกวีหลายท่านเกี่ยวกับผู้หญิงที่งดงามเพียบพร้อม ดังนั้นถ้าแปลส่วนนี้ของชื่อเพลง ก็จะแปลได้ว่า “เหล่าこいひめนั้นเปรียบได้กับดอกโบตั๋น ราชันย์แห่งดอกไม้ทั้งปวง” เมื่อนำไปรวมกับชื่อเพลงส่วนแรกและเนื้อเพลงก็น่าจะตีความได้ว่า “เหล่า こいひめนั้นเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคหรือความเศร้าใดๆ พวกเธอก็สามารถผ่านพ้นไปได้เมื่อใช้ความทรงจำดีๆที่มีกับคนที่รักไปเป็นแรงผลักดันให้ทำฝันให้สำเร็จ” นั่นเอง

 

edit @ 12 Aug 2017 21:40:15 by Ayumumu

รีวิว Shin Koihime Musou -Kakumei-

posted on 07 Aug 2017 00:13 by punpunjpmaniac directory Entertainment

Koihime series เป็นซีรีส์ขเกี่ยวกับโลกคู่ขนานที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องราวในยุคสามก๊ก โดยมีตัวเอก ฮอนโก คาซึโตะ คนของโลกปัจจุบันที่หลุดเข้ามาในโลกนี้ เมื่อไม่รู้ว่าตัวเองมาที่นี่ได้อย่างไร และไม่รู้ว่าจะได้กลับไปโลกเดิมหรือไม่ เขาจึงคอยร่วมเดินทางไปกับเหล่าวีรชนทั้งหลาย(ที่กลายเป็นผู้หญิง)และนำความสงบสุขกลับมาสู่แผ่นดินที่ลุกเป็นไฟจากการสูญสิ้นอำนาญขององค์ฮ่องเต้ปลายราชวงศ์ฮั่น โดยในภาคนี้ เป็นเรื่องราวใน scenario ที่เขาได้ไปเข้าพวกกับโจโฉแห่งวุยก๊กและคอยสนับสนุนเธอเพื่อการรวบรวมแผ่นดินที่แตกระแหงให้เป็นหนึ่งเดียว

จริงๆ ซีรีส์นี้เริ่มต้นมาจาก Koihime Musou ซึ่งในภาคแรกสุดนี้เราจะถูกบังคับให้มาร่วมทัพกับจ๊กก๊ก โดยที่รับบทเหมือนกับเล่าปี่ในประวัติศาสตร์ แต่ในภาคถัดไป Shin Koihime Musou นั้นเราสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าร่วมกับโจโฉแห่งวุยก๊ก ซุนเซ็กและซุนกวนแห่งง่อก๊ก หรือว่าเล่าปี่แห่งจ๊กก๊ก ซึ่งแต่ละทางเลือกก็จะมีเนื้อเรื่องและจุดจบที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดย Shin Koihime Musou - Kakumei - นั้นก็คือเกมที่มีเนื้อเรื่องคล้ายคลึงกับทั้ง 3 Route ของ Shin Koihime Musou แต่ว่าเพิ่มรายละเอียดเข้าไปอีกมาก อาทิเช่น แม่ทัพใหม่ๆ เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ใหม่ๆ (อาทิเช่น ยุทธการหัปป๋าระหว่างวุยและง่อ) และด้วยสาเหตุนี้เอง ทำให้Kakumei ไม่ใช่เกมๆเดียว แต่แบ่งเป็นสามเกมย่อยๆนั่นก็คือ

真・恋姫夢想 -革命- 蒼天の覇王

Shin Koihime Musou -Kakumei(Revolution)- Conqueror of The Blue Sky

(เพิ่งวางจำหน่ายไปในวันที่ 28 กรกฏาคมที่ผ่านมา)

真・恋姫夢想 -革命‐ 孫呉の血脈

Shin Koihime Musou -Kakumei- Legacy of Sun-Wu

วางขาย กลางปี2018

真・恋姫夢想 ‐革命‐ 劉旗の大望

Shin Koihime Musou -Kakumei- Ambition under Liu's Banner

วางขาย กลางปี2019

 

ในส่วนของความคุ้มนั้น ตัวเกมภาค Kakumei แต่ละภาคนั้นเฉลี่ยประมาณน่าจะเกมละ 10000 เยน ซึ่งเทียบเท่ากับ Shin Koihime Musou ภาคปรกติ พูดง่ายๆก็คือ ถ้าอยากเล่นทั้ง 3 route นั้นจะต้องจ่าย 3 เท่านั่นเอง (Shin มีสามเนื้อเรื่องในเกมเดียว แต่Kakumei มีเนื้อเรื่องเดียวต่อหนึ่งเกม) แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดก็คือ คุณภาพของเกมและปริมาณเนื้อเรื่อง ถึงแม้ว่าจะมีเค้าโครงที่คล้ายคลึงกัน แต่เนื้อเรื่องและGameplayของภาคKakumeiนั้นเข้มข้นกว่ามาก โดยเนื้อเรื่องหลักของภาค 蒼天の覇王 นั้นน่าจะยาวพอๆกับ 2 route ของ Shin Koihime รวมกันเลยทีเดียว (16 long chapters) แถมระบบการต่อสู้เกมนี้ก็ทำได้ดีกว่าภาค Shin Koihime มาก เพราะว่าโดยส่วนตัวผู้เขียนไม่ชอบระบบการเล่นแบบเก่ามาก เนื่องจากค่อนข้างตายตัว จับทางง่ายเกินไปและไม่มีความหลากหลาย แต่ระบบการเล่นภาคใหม่นี้นอกจากจะเป็นการเปลี่ยนแบบยกเครื่องให้ดีขึ้นแล้ว เรายังสามารถปรับระดับความยากได้ด้วย ทำให้ผู้เล่นที่ไม่ถนัดก็สามารถเล่นผ่านได้ไม่ยาก

 

Official Q&A : http://baseson.nexton-net.jp/kakumei-gi/concept/q-and-a/index.html

 

ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้น สำหรับผู้ที่เคยเล่นภาคเก่ามาแล้วอาจจะสงสัยว่ามันเหมือนกันมากน้อยขนาดไหน เท่าที่พูดได้ตอนนี้ก็คือ เนื้อเรื่องของภาคโจโฉนั้นเอาภาคเก่าเป็นพื้นฐาน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะจบแบบเดียวกันไปซะทีเดียวครับ มีจุดที่แตกต่างกันอยู่หลายจุดมาก ส่วนเนื้อเรื่องของภาคต่อๆไปนั้นแม้จะยังไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆคือ จะมีการปรากฏตัวของตัวละครใหม่อย่าง ซุนเกี๋ยน(孙坚) ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในเนื้อเรื่องของง่อก๊กในภาคก่อนเลย ทำให้เราอาจจะพอคาดหวังความเปลี่ยนแปลงในส่วนของเนื้อเรื่องหลักได้พอสมควร

 

ปล.ถ้าอยากเล่นเกมซีรีส์นี้ให้ได้อรรถรสจริงๆ แนะนำว่าให้ไปอ่านหรือดูสามก๊กมาก่อนนะครับ เพราะว่าในเกมนี้มี Reference ถึงเรื่องราวในวรรณกรรมสามก๊กหลายจุดมาก ถ้าใครจำเนื้อเรื่องได้จะทำให้เล่นสนุกขึ้นเยอะครับ จุดสำคัญๆที่โผล่ในเนื้อเรื่องเกมนี้ก็คือ

  • สิบขันที พระเจ้าเลนเต้ พระเจ้าเหี้ยนเต้และตั๋งโต๊ะ
  • กองกำลังพันธมิตรโค่นล้มตั๋งโต๊ะ
  • โจรโพกผ้าเหลือง
  • ยุทธการหัปป๋า
  • ชีวิตของซุนเซ็ก
  • ยุทธการกัวต๋อ
  • การซุ่มโจมตีที่เขาเตงกุนสัน
  • โจโฉ ปะทะ ม้าเท้งและม้าเฉียว
  • เล่าปี่และเมืองซีจิ๋ว
  • การปราบปรามชาวม่าน
  • ศึกเซ็กเพ็ก(ผาแดง)

ตัวอย่างแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับสามก๊ก (อันนี้เอาจากที่ผมเคยอ่านมาตอนเด็กๆนะครับ)

ต่อจากนี้จะมีสปอยล์ฉากจบนะครับ ถ้าอยากรู้ถมดำเอา

สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเลย โดยส่วนตัวแล้ว คิดว่าถ้ามีเงิน เล่น Kakumei น่าจะสนุกกว่าครับ แต่ปัญหาก็คือในเรื่องของ Endings โดยคนที่เคยเล่นภาคเก่ามาแล้วจะรู้ว่าฉากจบทั้งสามแบบนั้น Happy ไม่เท่ากัน (ส่วนตัวคิดว่าน่าจะมี Happy Ending จริงๆแค่อันเดียวเท่านั้นด้วยซ้ำ) สำหรับคนที่ไม่อยากปวดตับหรือน้ำตกแตกจริงๆๆ ผู้เขียนแนะนำว่าให้เล่นเฉพาะเนื้อเรื่องของ Shu(จ๊ก) เท่านั้นครับ น่าจะเป็นทางเลือกที่ประหยัดเงินมากที่สุด

 

เดี๋ยวจะมาเขียนรีวิวและวิเคราะห์เนื้อเรื่อง + แกะเนื้อเพลงให้นะครับ

 

edit @ 7 Aug 2017 00:31:06 by Ayumumu

edit @ 10 Aug 2017 03:03:12 by Ayumumu

[แปลเพลง] 二人ずっと

posted on 24 Dec 2015 10:46 by punpunjpmaniac in Translate directory Entertainment, Asian, Knowledge

曲名:二人ずっと

作詞:MACO

作曲:MUSOHTrack

Itunes : https://itunes.apple.com/jp/album/futarizutto/id1021998173?i=1021998456&ign-mpt=uo%3D4

 

 รอบนี้แปลเพลงง่ายๆบ้างครับ ส่วนใหญ่เพลงรักใน J-pop มักจะมีเนื้อเพลงที่เข้าใจไม่ยากอยู่แล้ว คล้ายๆเพลงตลาดบ้านเราเนี่ยแหละครับ เนื้อเพลงแนวๆเดียวกัน คนฟังเพลงไทยเยอะๆก็จะเข้าใจง่ายขึ้นไปอีก ;w;

 

愛してるよ 

 

ฉันรักเธอนะ

 

ずっとずっと、ねぇずっとずっと 

 

รักมาตลอดเลยละ รู้รึเปล่า?

 

キスをしてあたしを抱いて 

 

ฉันอยากให้เธอกอดฉัน อยากให้จูบฉัน

 

10年後も変わらない想い 

 

แม้จะอีกกี่สิบปีก็ตาม ความรักนี้ก็จะไม่เปลี่ยนไป

 

抱きしめて歩いていこうね 

 

กอดฉัน แล้วเดินไปด้วยกันนะ

 

出逢ったときのこと覚えてる? 

 

นี่ เธอจำตอนที่เราเจอกันครั้งแรกได้รึเปล่า?

 

となりにいるだけで 

 

แค่มีเธออยู่ข้างๆ

 

くすぐったいようなあの感覚 

 

ก็รู้สึกเหมือนกับว่าถูกจักจี้แล้ว

 

ああ、これが恋なんだって

 

เฮ้อ ความรักเนี่ย

 

すごく嬉しかったの 

 

ช่างเป็นสิ่งที่แฮปปี้มากๆจริงๆเลยน้า

 

こんなに広い地球の片隅で 

 

ณ มุมเล็กๆมุมหนึ่งในโลกที่แสนกว้างใหญ่นี้

 

あなたへ注ぐ想い 

 

มีคนๆหนึ่งที่ใส่ใจและคิดถึงเธออยู่

 

誰かに笑われてもいいの 

 

ไม่ว่าเธอจะหัวเราะอยู่กับใครก็ไม่เป็นไรหรอก

 

これがふたりの運命だから 

 

เพราะว่าโชคชะตานั้นได้กำหนดมาให้เราอยู่ด้วยกันแล้วล่ะ

 

愛してるよ 

 

ฉันรักเธอนะ

 

ずっとずっと、ねぇずっとずっと 

 

รักมาตลอดเลยละ รู้รึเปล่า?

 

キスをしてあたしを抱いて 

 

ฉันอยากให้เธอกอดฉัน อยากให้จูบฉัน

 

10年後もふたりきっと 

 

ไม่ว่าจะอีกกี่สิบปีก็ตาม

 

恋に落ちるでしょう 

 

ความรักของเราก็จะยังไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนตอนที่เราตกหลุมรักกันครั้งแรกแน่นอน

 

出逢えたのは 

 

การที่เราสองคนได้โคจรมาพบกันเนี่ย

 

きっときっと、ねぇきっときっと 

 

ฉันมั่นใจเลยล่ะ มั่นใจจริงๆเลยนะ

 

初めから決まってたのね 

 

ว่ามันจะต้องเป็นเรื่องที่ฟ้ากำหนดมาแล้วแน่นอน

 

どんなこともあなたとふたりで 

 

เพราะว่าไม่ว่าจะต้องเจอกับความยากลำบากอย่างไรก็ตาม

 

乗り越えていけるはずだから 

 

พวกเราสองคนก็จะผ่านพ้นมันไปด้วยกันได้ยังไงล่ะ

 

朝がくるまでひとり悩んだり 

 

ฉันนั่งกลุ้มอยู่คนเดียวในรถยามเช้า

 

あなたに会える日  

 

นึกถึงแต่เรื่องว่าเมื่อไหร่จะถึงวันที่จะได้พบกับเธอ

 

数えて舞い上がったり 

 

พอมานั่งนับดูแล้ว กลับเห็นว่ามันล่องลอยอยู่เต็มไปหมด

 

ああ、あたしの体は 

 

อา... จริงสินะ นี่จริงๆแล้วในตัวฉันและในใจฉัน

 

ずっとあなたで溢れてる 

 

ก็มีแต่ภาพของเธออยู่เต็มไปหมดเลยนี่นา

 

映画のようなふたりの物語 

 

เรื่องราวของสองเรานั้นก็ดูเหมือนหนังเรื่องนึง

 

エンディングまでちゃんと 

 

ที่พวกเราทั้งสองจะต้องเดินไปสู่ตอนจบที่มีความสุข

 

「この手を離さないでね」 

 

“เพราะฉะนั้น อย่าปล่อยมือฉันไปเลยนะ”

 

なんて恥ずかしくて言えないけど 

 

จริงๆก็อยากพูดแบบนี้นะ แต่ตอนนี้มันเขินจนพูดออกไปไม่ได้แล้วล่ะ ><

 

愛してるよ 

 

ฉันรักเธอนะ

 

ずっとずっと、ねぇずっとずっと 

 

รักมาตลอดเลยละ รู้รึเปล่า?

 

揺るがない想いを包んで 

 

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร

 

いくつもの思い出は 

 

ความทรงจำเกี่ยวกับสองเราก็จะไม่มีวันหายไป

 

決して消えないから 

 

เพราะว่าความรู้สึกของฉันมันไม่มีทางสั่นคลอนไงล่ะ

 

出逢えたのは 

 

การที่เราสองคนได้โคจรมาพบกันเนี่ย

 

きっときっと、ねぇきっときっと 

 

ฉันมั่นใจเลยล่ะ มั่นใจจริงๆเลยนะ

 

初めからわかっていたのね 

 

ว่าลึกๆแล้วในใจเราสองคนก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่แล้วล่ะ

 

悲しみも幸せも全部 

 

เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นเวลาที่เป็นสุขหรือทุกข์

 

分け合っていけるはずだから 

 

ฉันก็มั่นใจว่าพวกเราจะสามารถร่วมกันแบกรับพวกมันได้ยังไงล่ะ

 

いつか逢えなくなっても 

 

ต่อให้สักวันหนึ่งเราจะพบกันไม่ได้อีก

 

遠く離れてても 

 

ต่อให้สักวันหนึ่งพวกเราจะต้องแยกจากกัน

 

愛し愛された時間が 

 

ช่วงเวลาที่เราสองนั้นรักกัน

 

ふたりを繋ぐから 

 

ก็จะเชื่อมใจของพวกเราเข้าไว้ด้วยกัน

 

*ซ้ำ

愛してるよ 

 

ฉันรักเธอนะ

 

ずっとずっと、ねぇずっとずっと 

 

รักมาตลอดเลยละ รู้รึเปล่า?

 

キスをしてあたしを抱いて 

 

ฉันอยากให้เธอกอดฉัน อยากให้จูบฉัน

 

10年後もふたりきっと 

 

ไม่ว่าจะอีกกี่สิบปีก็ตาม

 

恋に落ちるでしょう 

 

ความรักของเราก็จะยังไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนตอนที่เราตกหลุมรักกันครั้งแรกแน่นอน

 

出逢えたのは 

 

การที่เราสองคนได้โคจรมาพบกันเนี่ย

 

きっときっと、ねぇきっときっと 

 

ฉันมั่นใจเลยล่ะ มั่นใจจริงๆเลยนะ

 

初めから決まってたのね 

 

ว่ามันจะต้องเป็นเรื่องที่ฟ้ากำหนดมาแล้วแน่นอน

 

どんなこともあなたとふたりで 

 

เพราะว่าไม่ว่าจะต้องเจอกับความยากลำบากอย่างไรก็ตาม

 

乗り越えていけるはずだから 

 

พวกเราสองคนก็จะผ่านพ้นมันไปด้วยกันได้ยังไงล่ะ

 

edit @ 24 Dec 2015 10:51:14 by Ayumumu

「แปลเพลง」月に叢雲華に風

posted on 23 Dec 2015 16:52 by punpunjpmaniac in YuuheiSatellite directory Entertainment, Asian

曲名:月に叢雲華に風

サークル:幽閉サテライト

ボーカル:senya

アルバム:月に叢雲華に風

原曲:ラストリモート(東方地霊殿)

 

 คิดว่าคนที่ฟังเพลงโทโฮเกือบทุกคนน่าจะรู้จักเพลงนี้นะครับ เป็นหนึ่งในเพลงที่เก่าและคลาสสิกที่สุดในหมู่เพลงโดจินของโทโฮกันเลยทีเดียว ผมเองก็ถูกใจเพลงนี้มาก เพราะใช้ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างสวยงามและวิจิตรมาก (แม้มันจะทำให้เนื้อเพลงไม่ค่อยปะติดปะต่อกันจนผมตีความเนื้อเพลงยากแบบสุดๆก็ตาม ー ー) จริงๆมันก็มีคนอื่นแปลเพลงแบบตรงๆมาให้แล้วแหละครับ (ผมลองไปดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษมาครับ) แต่ผมอยากจะลองทำให้เหนือกว่านั้น คือตีความเนื้อหาจากเพลงนี้ออกมาเลย อาจจะมีผิดพลาดบ้างก็ขออภัยด้วยครับ เพราะว่าเพลงนี้แปลยากจริงๆ -.-

  มาเริ่มจากชื่อเพลงครับ ท่อน 「月に叢雲花に風と」เป็นสำนวนญี่ปุ่น ซึ่งในเน็ตบอกว่า 月に叢雲花に風とは、よいことには邪魔がはいりやすく、長続きしないものだというたとえ。แปลเป็นไทยก็คือ สิ่งใดก็ตามที่เป็นสิ่งดีย่อมง่ายต่อการที่จะถูกขัดขวางจากอุปสรรคต่างๆและทำให้มิอาจคงอยู่ได้นาน ก็เหมือนกับดวงจันทร์งดงามที่มักจะถูกเมฆบัง และดอกไม้ที่แม้จะสวยงาม แต่ก็สามารถถูกพัดปลิวหายไปได้อย่างง่ายดายตามสายลมนั้นเอง

 ซึ่งในเนื้อเพลงเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ คนแปลบอกว่าจริงๆมันไม่มีความหมายอะไรพิเศษกับเนื้อเพลงหรอก แค่ใส่มาเพราะว่ามันเท่ดี (เพลงญี่ปุ่นที่ใช้ภาษาแบบนี้จะดูเท่ครับ คล้าย 色は匂へど นั่นแหละครับ) แต่ในความคิดของผม มันก็มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อเพลงอยู่พอสมควรครับ เพราะว่าเพลงนี้จะเห็นได้ชัดว่าเป็นเพลงรักอย่างแน่นอน โดยผมตีความได้ดังต่อไปนี้ครับ

 เราได้พบกับคนที่เข้าใจในตัวเราอย่างแท้จริง ใบหน้าของเขาได้ฝังลึกไปในความทรงจำ ถึงกระนั้นเราก็ยังเกิดความกังวลในจิตใจเกี่ยวกับเรื่องของเขา ที่อาจทำให้เขาไม่สบายใจ แต่ในที่สุดเมื่อความกังวลใจทั้งหลายหายไป และเข้าใจในความรู้สึกของตนเองอย่างแท้จริง ก็พลันเข้าใจว่า “นี่แหละคือความรัก” 

 แม้ว่าจะเป็นอย่างนั้นก็ตาม แต่ความรักที่เกิดขึ้นนั้นก็ดูท่าจะไม่สามารถนำพาไปสู่ตอนจบที่งดงามได้เลย เส้นทางไปสู่จุดๆนั้นได้นั้นช่างดูเลือนลาง มิอาจจะสร้างขึ้นมาได้ หากจะเลือกที่จะเดินทางนี้ต่อไป เลือกที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆที่ดูราวกับหมู่เมฆาที่บดบังจันทรา และสายลมที่พัดทำลายดอกไม้นั้น อนาคตก็คงมีแต่ความไม่แน่นอน ความรักที่เกิดขึ้นก็จะทำให้เราเปลี่ยนไป ความคิดของตัวเราเองก็จะค่อยๆกลายเป็นความคิดที่เต็มไปด้วยความลำเอียง เมื่อเป็นเช่นนี้ ความสัมพันธ์ของสองเราก็จะเป็นเหมือนกับพิษร้าย ที่จะทำให้ชีวิตของตัวเราเองแย่ลง เป็นสิ่งที่จะนำพาให้เราไปพบกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุกข์ แต่ถึงกระนั้น แม้ว่าเราจะเห็นเค้าลางของอนาคตที่ไม่ดีที่รออยู่แล้วก็ตาม มันก็ไม่ทำให้เราเปลี่ยนใจ

 สุดท้าย แม้ว่ารักนี้อาจจะกลายเป็นได้เพียงรักข้างเดียวที่เธอไม่อาจรับรู้ กลายเป็นรักที่เธอไม่ตอบรับก็ตาม ถึงกระนั้นก็จะขอรอและพยายามต่อไป ไม่ว่าจะผ่านไปอีกสักกี่ภพกี่ชาติก็ตาม

 

 

月には叢雲 華には風と

 

เหมือนดั่งจันทร์ฉายที่ถูกเมฆาบดบัง ราวกับดอกไม้ที่ปลิวกระจายยามต้องลม

 

朧深に隠れた 焦燥

 

ในความไม่แน่นอนนั้นกลับแฝงไปด้วยความกระวนกระวายอันร้อนรุ่ม

 

瞼焼き付いた顔 

 

ภาพใบหน้าได้ติดตรึงอยู่ในดวงตาของฉัน

 

理解者の証さえ               

 

แฝงไว้กระทั่งหลักฐานของความเข้าอกเข้าใจที่มีให้ต่อกัน

 

刹那、退屈の隙間贖い*2 心燻り

 

เพียงชั่วครู่เดียว *2 ภายในหัวใจที่หม่นหมองนั้น

 

不安を産み出した

 

ก็พลันเกิดความกังวลขึ้นมา

 

盲目消えた安らぎに出会って 

 

ความโล่งใจหลังจากที่ฉันมองเห็นและเข้าใจทุกสิ่งอย่างแจ่มแจ้ง

 

芽生えた恋情 譲る気は無い

 

พลันก่อให้เกิดความรัก ที่ซึ่งฉันจะไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไป

 

月には叢雲 華には風と

 

เหมือนดั่งจันทร์ฉายที่ถูกเมฆาบดบัง ราวกับดอกไม้ที่ปลิวกระจายยามต้องลม

 

此方より彼方へ永久 築けぬなら 

 

หากเรามิอาจสร้างเส้นทางจากตรงนี้ไปถึงจุดนั้นได้อีกละก็

 

雲突き抜け 風斬り裂いて 

 

ฉันก็จะขอทะลวงผ่านหมู่เมฆและมวลวายุนั้น

 

久遠の揺蕩いへ 誘う

 

แม้นว่ามันจะนำพาพวกเราไปพบแต่อนาคตอันไม่แน่นอนก็ตามที

 

指と指が絡まり

 

ในยามที่นิ้วมือของเราทั้งสองเกี่ยวพันกัน

 

孤独を枯らしてゆく

 

เพลานั้นความโดดเดี่ยวก็ค่อยๆมลายหายไป

 

真摯ゆえの想いの偏りは *1

 

ความรู้สึกที่เอนเอียงเพราะความซื่อตรงนั้น

 

互いの意思を 繋ぐ要にして *1

 

จะเป็นเสาหลักที่ทำให้ความรู้สึกของเราสองนั้นมาเชื่อมต่อกัน

 

毒にも似たこの絆は

 

ความผูกพันของสองเรานั้นช่างราวกับพิษ

 

僅かな終焉の予感じゃ 千切れはしない 

 

แม้นจะเห็นเค้าลางนิมิตแห่งความวิบัติก็ตาม มันก็จะไม่มีทางสั่นคลอน

 

月には叢雲 華に風と

 

เหมือนดั่งจันทร์ฉายที่ถูกเมฆาบดบัง ราวกับดอกไม้ที่ปลิวกระจายยามต้องลม

 

たとえ愛の唄が永久 届かぬとも

 

แม้นว่าเพลงรักนี้จะมิอาจไปถึงอีกชั่วกาลนาน

 

待ち続けよう 輪廻の時を

 

ฉันก็จะรอต่อไป ไม่ว่าจะอีกสักกี่ชาติภพ

 

慈しむ心に誓って 

 

ขอสาบานต่อหัวใจดวงนี้ที่รักเธอ

 

盲目消えた安らぎに出会って

 

ความโล่งใจหลังจากที่ฉันมองเห็นและเข้าใจทุกสิ่งอย่างแจ่มแจ้ง

 

芽生えた恋情 譲る気は無い

 

พลันก่อให้เกิดความรัก ที่ซึ่งฉันจะไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไป

 

月には叢雲 華には風と

 

เหมือนดั่งจันทร์ฉายที่ถูกเมฆาบดบัง ราวกับดอกไม้ที่ปลิวกระจายยามต้องลม

 

此方より彼方へ永久 築けぬなら

 

หากเรามิอาจสร้างเส้นทางจากตรงนี้ไปถึงจุดนั้นได้อีกละก็

 

雲突き抜け 風斬り裂いて

 

ฉันก็จะขอทะลวงผ่านหมู่เมฆและมวลวายุนั้นไป

 

久遠の揺蕩いへ 誘う 

 

แม้นว่ามันจะนำพาพวกเราไปพบแต่อนาคตอันไม่แน่นอนก็ตามที

 

月には叢雲 華に風と

 

เหมือนดั่งจันทร์ฉายที่ถูกเมฆาบดบัง ราวกับดอกไม้ที่ปลิวกระจายยามต้องลม

 

たとえ愛の唄が永久 届かぬとも

 

แม้นว่าเพลงรักนี้จะมิอาจไปถึงอีกชั่วกาลนาน

 

待ち続けよう 輪廻の時を

 

ฉันก็จะรอต่อไป ไม่ว่าจะอีกสักกี่ชาติภพ

 

慈しむ心に 誓って

 

ขอสาบานต่อหัวใจดวงนี้ที่รักเธอ

 

 

*1 ในข้อนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะแปลอย่างไรดี เนื่องจาก 偏り มีความหมายว่า “อคติ” หรือ “ความลำเอียง” ผมเดาว่าน่าจะเป็น “ความรักที่ซื่อตรงของเรานั้นจะทำให้เราเกิดความลำเอียงต่อเรื่องต่างๆ ตัดสินเรื่องต่างๆโดยใช้ความรู้สึก แต่ถึงกระนั้นมันก็ทำให้ความผูกพันของเราแน่นแฟ้นขึ้นเช่นกัน” ประมาณนี้มั้งครับ

 

*2 ตรงนี้ผมยังไม่ได้แปลท่อน 退屈の隙間贖い เพราะยังไม่เข้าใจว่าต้องการจะสื่อถึงอะไร เดี๋ยวเอาไปถามเซนเซแล้วจะมาเติมให้ทีหลังครับ

 

 

edit @ 24 Dec 2015 09:45:03 by Ayumumu

edit @ 24 Dec 2015 09:47:57 by Ayumumu

edit @ 24 Dec 2015 09:48:07 by Ayumumu

edit @ 24 Dec 2015 09:48:22 by Ayumumu

なみだの記憶、ひとみの欠片
Arrange:GCHM Vocal,Lyrics:みぃ Guitar:平茸
原曲:「ハルトマンの妖怪少女」

อัลบั้ม :http://an-ordinary-life-c88.tumblr.com

(ตัวอย่างของเพลงนี้อยู่ที่ประมาณนาทีที่ 3:50−5:00 นะครับ ตรง Player ของ SoundCloud สีส้มๆที่อยู่ข้างล่างนั่นแหละครับ)

 

เพลงนี้มาจากอัลบั้มที่เพิ่งซื้อมาใหม่ครับ ซื้อมาสี่อัลบั้ม ถอยมาทีกินแกลบเลย 555 ต่อจากนี้คงจะทำเพลงของอัลบั้มพวกนี้สลับกับเพลงธรรมดาครับ เพลงพวกนี้เพราะใช้ได้เลย ลองหาฟังดูนะครับ

เนื้อเพลงของเพลงนี้จะค่อนข้างมีการใช้วลีที่มีการเปรียบเหมือน (อุปมา) หรือเปรียบเป็น(อุปลักษณ์) อยู่พอสมควรอยู่ทีเดียว ซึ่งสังเกตได้จากเวอร์ชั่นที่ผมแปลปรกติครับ

 

——ต่อจากนี้จะเป็นการตีความจากความคิดเห็นของผมเองนะครับ——

เนื้อเพลงจะเป็นการพูดถึงBackgroundของตัวละคร "โคอิชิ โคเมย์จิ(Koishi Komeiji)" ซึ่งน่าจะเป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของคนที่ปิดใจตัวเอง ไม่ยอมรับเรื่องราวต่างๆจากโลกภายนอกเข้ามาสู่ตน เพราะว่าในโลกนี้นั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ไม่ดี ที่บางครั้งเรากลับต้องมารับรู้ และนอกจากนี้เรายังต้องมาคอยหลอกตัวเองและคนอื่นว่าเราไม่รู้อีก ถ้าในกรณีของโคอิชิ ก็คือความทรมาณจากการที่ตัวเองเป็นปิศาจที่อ่านใจคนรอบข้างได้นั่นเองครับ พอเป็นเช่นนั้นก็ต้องมีการที่เราไปเผลอรับรู้ความคิดที่ไม่อยากรับรู้ขึ้นมาก็ได้ 

หลังจากที่ปิดใจตัวเองแล้ว โคอิชิก็สับสน ไม่อาจเข้าใจเรื่องราวและความเป็นไปต่างๆ เปรียบดั่งพายุทรายที่บดบังไม่ให้เรามองเห็นทาง พอเป็นเช่นนี้ในใจก็กลับเต็มไปด้วยความทุกข์และความเจ็บปวด จนในที่สุดก็หาทางออกด้วยการละทิ้งความรู้สึกและความหวังของตนเองไป (ถ้าเป็นกรณีของโคอิชิก็คือถึงขั้นละทิ้งความนึกคิดของตนไปด้วย เป็นแค่ตัวตนที่ได้แต่ใช้ชีวิตอย่างหลักลอยไปวันๆตามจิตใต้สำนึกหรือสัญชาตญาณของตนเองเท่านั้น) 

สิ่งที่เรามองเห็นและรับรู้จะกลายเป็นความทรงจำที่ติดอยู่ หากเป็นเรื่องที่ไม่ดีก็จะทำให้เราเป็นทุกข์ไปอีกนานแสนนาน แม้ว่าการปิดใจของตนเองไม่ยอมรับสิ่งใดๆเลยจะสามารถช่วยเราจากความทุกข์นี้ได้จริงก็ตาม แต่การที่ตนเองไม่อาจทำตามความหวังหรือความปรารถนาของตนเองได้เลยนั้น ก็ทำให้เราต้องตกอยู่ในสภาพที่เหมือนกับใช้ชีวิตไปให้รอดตายไปวันๆ ไร้ความหมายดั่งท้องฟ้าที่แม้มองออกไปก็เห็นแต่ความว่างเปล่า นอกจากนี้ การใช้ชีวิตในแต่ละวันก็จะกลายเป็นเหมือนกับอยู่อย่างโดดเดี่ยวในความมืด ผู้คนรอบข้างก็กลายเป็นแค่ราวกับหมู่รูปปั้นที่ไม่มีความหมายอะไร 

 

*1 (หมายเหตุ : คำว่า 群像 ในพจนานุกรมภาษาญี่ปุ่นบอกว่ามีสองความหมาย แปลว่า “หมู่ชน ฝูงชน” หรือ “รูปแกะสลักหมู่(ใช้ในงานแสดงศิลป์)” ดังนั้น 群像に埋もれて จึงสามารถแปลได้สองอย่างว่า “อยู่ท่ามกลางฝูงชน” หรือ “อยู่ท่ามกลางหมู่รูปสลัก” ก็ได้) 

แม้ว่าโลกใบนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องราวไม่ดี แต่อย่างไรทุกเรื่องย่อมมีสองด้าน หากมีด้านไม่ดีแล้ว ก็ต้องมีด้านที่วิจิตรงดงามราวกับภาพทิวทัศน์ของอาทิตย์อัสดงทอแสงอย่างแน่นอน ดังนั้นโคอิชิจึงอยากจะกลับไปสัมผัสกับโลกใบนี้อีกครั้ง และสำนึกเสียใจกับการกระทำของตนเอง เพราะการปิดรับคนอื่นๆไม่ให้เข้ามานั้น ก็ต้องหมายถึง “การลาจาก” กับผู้คนมากมายที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆกันนั่นเอง (โคอิชิสูญเสียเพื่อนและคนรู้จักมากมายเพราะความสามารถที่เกิดจากการปิดใจตนเอง ทำให้แทบทุกคนที่เธอเคยเจอจะไม่สามารถจดจำหรือรู้จักตัวเธอได้เลย เหมือนกับ Imaginary Friend นั่นเองครับ)

 

1。เวอร์ชั่นสำหรับร้องโคเวอร์ 

 

 

 

閉じた心もう動き出せない 意思を抜けて 

 

ข้างในหัวใจ ไม่อาจเปิดออกได้อีก ไม่ปรารถนา โหยหาสิ่งใด ไม่มีแม้ความรู้สึก

 

爆ぜた悲しみさえ、感じることもない 畏れやしない

 

แม้ว่ามัน จะน่าเศร้าเพียงเท่าใด ก็ไม่รู้สึกและไม่เสียใจ ไม่แม้แต่กลัวอีกแล้ว

 

何も誰かの為だなんて嘯く日々に  

 

(พอกันที) ทั้งๆที่รู้ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร แต่ต้องโกหกว่าไม่รับรู้

 

飽き飽きしてた本当は

 

ตัวฉันนั้นไม่อยากจะใช้ชีวิตแบบนี้

 

変えられる今 私の世界を

 

โลกของฉัน ฉันจะเป็นคนเปลี่ยนแปลงมัน ด้วยมือของตัวเอง

 

瞳の向こう その先には

 

ภาพที่ทอดยาวสุดสายตา และสิ่งที่เรารู้สึก

 

記憶の欠片 逃がさないから

 

ความทรงจำจะตกค้างอยู่ ไม่หนีจากเราไปไหน

 

闇の中叫んだ孤独が 無意識加速させる

 

ความเหงาและความเดียวดายเหมือนความมืดอันแสนน่ากลัว ค่อยๆเพิ่มขึ้นโดยที่ตัวเราไม่รู้

 

消えていた光 零る涙  

 

ประกายที่ส่องแสงกลับเลือนหาย เหลือไว้เพียงหยดน้ำตา

 

群像に埋もれて 沈む影が伸びる *1

 

กลมกลืนไปท่ามกลางหมู่มวลผู้คน เห็นแค่เพียงเงา(ของฉัน)ที่ทอดยาวออกไป

 

止まる鼓動また込み上げてくる鈍い痛み

 

ในใจไม่อาจรู้สึกอะไรได้อีก เหลือไว้แต่เพียง คราบความเจ็บปวด ที่เจ็บแปลบเป็นครั้งคราว

 

払う砂ぼこりが視界煙らせる 明日は何処 

 

พายุในใจบดบังให้ทางมืดมัว ฉันมองไม่เห็น ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้นั้นอยู่ที่ใด

 

こんなの好きじゃない 動き出せない

 

ฉันไม่ชอบเลยไม่อยากเป็นอย่างนี้ หัวใจของฉันมันช่างเจ็บปวด

 

竦む心を頼りに 掴み取る 潜み込んだ本能 

 

ได้แต่เพียงมองหาที่พึ่งให้ตัวเองในตอนนี้ สิ่งที่อยู่ข้างในตัวฉันตอนนี้มีเพียงสัญชาตญาณ  

 

瞳の裏に刻まれてた 願いの欠片忘れないから

 

แต่กระนั้นข้างในหัวใจ ก็ยังคงมีเหลืออยู่ ความฝันและความหวังที่มี ไม่เคยเลือนหายไปไหน

 

空の青に据えた視界が 美しい無に染まる 

 

แม้ตอนนี้มองที่ฟ้าไกล ก็เห็นแต่ความว่างเปล่า มีแต่ภาพที่ตัวฉันมิอาจรับรู้

 

もう一度 (すべて)どうか​ (夕陽) 

 

อยากจะเห็นอีกครั้ง ภาพเหล่านั้น ที่ฉันนั้น เคยทอดทิ้ง 

 

輝いた大地にそっと思い寄せる

 

แสงอาทิตย์ลับฟ้านั้นช่างสวยงาม ฉันไม่อยากจะเป็นแบบนี้อีกแล้ว

 

忘れるなんてできやしない 

 

ภาพเหล่านี้ที่อยู่ข้างใน ใครจะไปลืมได้ลง 

 

すり抜けた風耳を澄ます 

 

แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ไม่เป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว

 

体の奥に揺らいでいた さよならを繰り返す

 

ทุกๆครั้งที่นึกย้อนไป กลับเจ็บปวดอยู่ข้างใน เพราะว่าการลาจากนั้นช่างทรมาณ

 

瞳の向こう その先には

 

ภาพที่ทอดยาวสุดสายตา และสิ่งที่เรารู้สึก

 

記憶の欠片 逃がさないから

 

ความทรงจำจะตกค้างอยู่ ไม่หนีจากเราไปไหน

 

闇の中叫んだ孤独が 無意識加速させる

 

ความเหงาและความเดียวดายเหมือนความมืดอันแสนน่ากลัว ค่อยๆเพิ่มขึ้นโดยที่ตัวเราไม่รู้

 

消えていた光 零る涙  

 

ประกายที่ส่องแสงกลับเลือนหาย เหลือไว้เพียงหยดน้ำตา

 

群像に埋もれて 沈む影が伸びる

 

กลมกลืนไปท่ามกลางหมู่มวลผู้คน เห็นแค่เพียงเงา(ของฉัน)ที่ทอดยาวออกไป

 

 

 

2。เวอร์ชั่นเนื้อเพลงแปลปรกติ

 

閉じた心もう動き出せない 意思を抜けて 

 

หัวใจฉันที่ปิดลง ไม่มีสำนึกหรือความคิด ไม่เปิดรับสิ่งใด

 

爆ぜた悲しみさえ、感じることもない 畏れやしない

 

ไม่ว่าจะเป็นความเศร้าที่มากมายเพียงใด ฉันก็ไม่รู้สึกอีกแล้ว ไม่มีแม้ความหวาดกลัว

 

何も誰かの為だなんて嘯く日々に  

 

ชีวิตในแต่ละวันที่ต้องเฝ้าแต่โกหกแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น

 

飽き飽きしてた本当は

 

เพราะว่าตัวฉันนั้นไม่อยากจะใช้ชีวิตแบบนี้

 

変えられる今 私の世界を

 

ตัวฉันในตอนนี้จึงต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของตัวเอง

 

瞳の向こう その先には

 

สิ่งที่ดวงตาของเรามองเห็นนั้น

 

記憶の欠片 逃がさないから

 

จะกลายเป็นเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ตกค้างอยู่

 

闇の中叫んだ孤独が 無意識加速させる

 

ความเหงาที่ราวกับว่าอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ค่อยๆทวีคูณขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว

 

消えていた光 零る涙  

 

แสงสว่างกลับค่อยๆเลือนหาย พร้อมๆกับหยดน้ำตาที่ร่วงหล่น

 

群像に埋もれて 沈む影が伸びる

 

ตัวฉันในตอนนี้ก็เหมือนอยู่ท่ามกลางรูปปั้น มองเห็นเงาร่างที่ทอดยาวออกไป 

 

止まる鼓動また込み上げてくる鈍い痛み

 

หัวใจที่ไม่ขยับและไม่มีเสียงของการเต้น กลับรู้สึกถึงความเจ็บปวดเป็นครั้งคราว

 

払う砂ぼこりが視界煙らせる 明日は何処 

 

ตอนนี้ฉันเหมือนอยู่ท่ามกลางพายุทรายที่บดบังสายตา มิอาจมองเห็นวันพรุ่งได้อีก

 

こんなの好きじゃない 動き出せない

 

ฉันไม่ชอบเลย ไม่อยากเป็นอย่างนี้ หัวใจของฉันเกร็งจนมิอาจขยับได้

 

竦む心を頼りに 掴み取る 潜み込んだ本能 

 

ดังนั้นในตอนนี้ฉันจึงได้แต่หันไปพึ่งพาจิตใต้สำนึกที่ซ่อนลึกอยู่ข้างใน

 

瞳の裏に刻まれてた 願いの欠片忘れないから

 

สิ่งที่สลักลึกอยู่ด้านหลังของดวงตาของฉัน ก็คือเศษเสี้ยวของความหวังที่มิอาจลืมเลือน

 

空の青に据えた視界が 美しい無に染まる 

 

แม้ตอนนี้มองที่ท้องฟ้าสีคราม ฉันก็เห็นแต่เพียงความว่างเปล่าอันแสนงดงาม

 

もう一度 (すべて)どうか​ (夕陽) 

 

ฉันอยากจะเห็นภาพเหล่านั้นอีกสักครั้ง ภาพที่ค่อยๆพรั่งพรูออกมาจากความทรงจำ

 

輝いた大地にそっと思い寄せる

 

ภาพของดินแดนที่มีอาทิตย์ยามสนทนาทอประกายอันแสนวิจิตร

 

忘れるなんてできやしない 

 

ภาพเหล่านี้ที่อยู่ข้างใน ใครจะไปลืมได้ลง 

 

すり抜けた風耳を澄ます 

 

ยามที่เงี่ยหูฟังจนได้ยินแม้เสียงสายลมพัดผ่าน

 

体の奥に揺らいでいた さよならを繰り返す

 

กลับได้ยินแต่เรื่องราวของการจากลาที่เล่นซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวใจฉัน

 

瞳の向こう その先には

 

สิ่งที่ดวงตาของเรามองเห็นนั้น

 

記憶の欠片 逃がさないから

 

จะกลายเป็นเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ตกค้างอยู่

 

闇の中叫んだ孤独が 無意識加速させる

 

ความเหงาที่ราวกับว่าอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ค่อยๆทวีคูณขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว

 

消えていた光 零る涙  

 

แสงสว่างกลับค่อยๆเลือนหาย พร้อมๆกับหยดน้ำตาที่ร่วงหล่น

 

群像に埋もれて 沈む影が伸びる

 

ตัวฉันในตอนนี้ก็เหมือนอยู่ท่ามกลางรูปปั้น มองเห็นเงาร่างที่ทอดยาวออกไป 

 

edit @ 15 Dec 2015 06:48:54 by Ayumumu

edit @ 24 Dec 2015 09:48:34 by Ayumumu